ระดับการออกกำลังกายที่สูงขึ้นสามารถกำหนดอายุขัยได้อีกต่อไปหลังจากอายุ 70

ในขณะที่ภาวะความดันโลหิตสูงไขมันในเลือดสูงเบาหวานแล้วก็การสูบยาสูบเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับช่องทางของบุคคลในการพัฒนาโรคหัวใจเหตุกลุ่มนี้คือเรื่องปกติในคนวัยชราที่ปริมาณสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งสิ้นเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ไม่มีความหมายสำหรับการคาดการณ์สุขภาพในอนาคต การศึกษาใหม่ทำให้เห็นว่าแพทย์สามารถดูภาพสุขภาพคนเจ็บเฒ่าเจริญขึ้นโดยดูจากความเหมาะสมของพวกเขาแทนที่จะมองว่ามีสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดปริมาณเท่าใด

เราพบว่าการบริหารร่างกายเป็นตัวทายการเสี่ยงที่แกร่งเป็นอย่างมากต่อการอยู่รอดในกลุ่มอายุที่แก่มากยิ่งกว่า – โน่นเป็นไม่ว่าคุณจะมีร่างกายที่แข็งแรงหรือมีสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจ เหมาะสมน้อยกว่า นาย Seamus P. Whelton, MD, MPH ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทางการแพทย์จากJohns Hopkins School of Medicine กล่าวแล้วก็นักเขียนหลักของการเล่าเรียนกล่าวการศึกษาและทำการค้นพบนี้เน้นถึงความสำคัญของความฟิตแม้ว่าคุณจะแก่และก็ตาม

หมอใช้ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและก็หลอดเลือดเพื่อช่วยเป็นแนวทางในการตัดสินใจเกี่ยวกับวิธีการป้องกันและยา การเรียนรู้ก่อนหน้าทำให้เห็นว่าการเลิกดูดบุหรี่และก็ควบคุมความดันเลือดคอเลสเตอรอลรวมทั้งเบาหวานสามารถลดการเสี่ยงต่อโรคหัวใจ แต่การศึกษาส่วนมากของปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจแล้วก็เส้นโลหิตได้มุ่งเน้นไปที่คนวัยกลางคนออกมาจากช่องว่างความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความสำคัญของปัจจัยเสี่ยงกลุ่มนี้ในคนวัยแก่ Whelton กล่าว

กลุ่มพินิจพิจารณาเวชทะเบียนจากคนเจ็บมากกว่า 6,500 ผู้ที่มีอายุ 70 ​​ปีขึ้นไปที่ผ่านการตรวจสอบความเคร่งเครียดในการบริหารร่างกายที่ศูนย์การแพทย์ในเครือHenry Henry Health Systems ระหว่างปี 1991 ถึง 2009 พวกเขาประเมินสมรรถภาพทางด้านร่างกายตามความสามารถของคนไข้ระหว่างการทดลองความเคร่งเครียดการออกกำลังกายซึ่งอยากให้ผู้ป่วยออกกำลังกายบนทางวิ่งกระแสไฟฟ้าให้หนักที่สุดเท่าที่จะทำได้ พวกเขาแบ่งผู้ป่วยออกเป็นสามกรุ๊ปที่สะท้อนความฟิตของพวกเขาตามปริมาณของ METs (การเผาผลาญเทียบเท่าการวัดภาระการบริหารร่างกายที่พวกเขาบรรลุความสำเร็จในระหว่างการทดสอบพอดีที่สุด (10 หรือมากยิ่งกว่า MET) พอดีปานกลาง (หกถึง 9.9 METs) แล้วก็อย่างต่ำ พอดิบพอดี (หกหรือน้อยกว่า METs) ในการเรียนนี้นักค้นคว้าจัดกลุ่มคนเจ็บที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจศูนย์หนึ่งสองหรือสามคนหรือมากกว่านั้น

โดยเฉลี่ยแล้วผู้เข้าร่วมมีอายุ 75 ปีเมื่อเข้ารับการทดลองความเคร่งเครียด นักวิจัยติดตามคนเจ็บโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 10 ปีตอนนั้น 39 เปอร์เซ็นต์เสียชีวิต ปัจจุบันนี้นักค้นคว้าพบว่าการออกกำลังกายที่สูงขึ้นมีความข้องเกี่ยวกับอัตราการรอชีวิตที่มากขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจัง บุคคลที่ยอดเยี่ยมมีลักษณะท่าทางที่จะมีชีวิตอยู่มากยิ่งกว่าสองเท่าในอีก 10 ปีถัดมาเมื่อเทียบกับบุคคลที่มีความพอเพียงน้อยที่สุด

ในทางตรงกันข้ามปริมาณคนไข้สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงโรคหัวใจรวมทั้งเส้นโลหิตทั้งสิ้นไม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตรวมทั้งคนป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงเป็นศูนย์มีความน่าจะเป็นไปได้ที่จะตายราวผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสามอย่างหรือมากยิ่งกว่า

Whelton 
พูดว่าการศึกษาและทำการค้นพบชี้ให้เห็นว่าระดับการบริหารร่างกายเป็นตัวชี้ที่สำคัญของสุขภาพของคนป่วยชราที่แพทย์จะได้รับผลดีจากการพิจารณาหลายครั้งขึ้น ในเวลาที่การทดลองความตึงเครียดสำหรับการบริหารร่างกายโดยใช้ลู่วิ่งหรือจักรยานที่อยู่กับที่นั้นเป็นวิธีที่ถูกต้องแม่นยำที่สุดสำหรับในการวัดความฟิต แต่ว่าหมอก็ยังสามารถรู้ถึงระดับความฟิตของคนเจ็บโดยการถามเกี่ยวกับกิจวัตรการออกกำลังกายของพวกเขา

“ 
การประมาณความเหมาะสมเป็นเครื่องมือที่มีต้นทุนต่ำมีการเสี่ยงต่ำแล้วก็มีเทคโนโลยีต่ำที่ใช้เพื่อสำหรับการฝึกหัดปฏิบัติทางสถานพยาบาลเพื่อการแบ่งชั้นการเสี่ยงต่ำลงมากยิ่งกว่ามาตรฐาน” Whelton กล่าว

การเรียนรู้ไม่ได้พิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงระดับความฟิตที่ผู้เข้าร่วมอาจมีประสบการณ์เมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ดีการเล่าเรียนก่อนหน้าได้ชี้ให้เห็นว่าการแก้ไขสมรรถภาพทางกายสามารถช่วยทำให้ปรุงสุขภาพหัวใจถึงแม้ในกลางดึก

“ 
คนที่ไม่ออกกำลังกายหรืออยู่ประจำจะได้รับคุณประโยชน์จากการเริ่มต้นออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นต่ำถึงปานกลางถึงแม้พวกเขาควรจะเสวนากับแพทย์ก่อน “Whelton กล่าว

Whelton 
จะนำเสนอการเรียน ฟิตเนสรวมทั้งความเสี่ยง10 ปีของการตายในกลุ่มคนแก่ 70 ปีที่สุดขั้วของปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและก็เส้นเลือดภาระโครงการ Fit” ในวันเสาร์ที่ 16 มี.ค.

Facebook Comments